เปลี่ยนชีวิตแค่…คิดนอกกรอบ…

มองหาความสำเร็จของชีวิต สู่อิสระภาพทั้งทางด้านเวลา และการเงิน

การกำหนดเป้าหมายประจำวัน : จุดเริ่มต้นของความสำเร็จในชีวิต

 

ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านทุกคนคงจะมีเป้าหมายในชีวิตกันทุกคน บางคนอยากประสบความสำเร็จด้านการงาน บางคนต้องการประสบความสำเร็จด้านการเงิน ด้านการศึกษา ด้านครอบครัว เช่น บางคนตั้งใจจะศึกษาต่อตั้งแต่เพิ่งเริ่มทำงาน ตอนนี้ทำงานผ่านไปแล้วสิบปีก็ยังไม่ได้เริ่ม บางคน

ตั้งใจจะเก็บเงินเดือนเท่านั้นเท่านี้ ถึงตอนนี้ยังไม่มีเงินเก็บเลยแม้แต่บาทเดียว (มีแต่เงินที่เก็บไว้ใช้หนี้ตอนสิ้นเดือน)  บางคนอยากจะไปเที่ยวเมืองนอก ถึงตอนนี้ได้ไปเพียงแค่นอกเมือง อีกสารพัดเป้าหมายที่เรามักจะไม่ได้ตามเป้า

แต่ถ้าลองพิจารณาดูให้ดีเรามักจะพบว่าเป้าหมายนั้นๆมักจะไม่ค่อยก้าวหน้า มักจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จนั้นเหตุผลสำคัญไม่ได้อยู่ที่เราไม่มีความสามารถ เราไม่มีโชค แต่…อยู่ที่ขาดการวางแผนการปฏิบัติสู่เป้าหมายนั่นเอง บางคนอาจจะบอกว่ามีแผนชัดเจนว่าปีนั้นปีนี้จะทำอะไร

เท่านี้ยังไม่พอหรอกครับ แผนปฏิบัติที่ผมหมายถึงในที่นี้คือแผนปฏิบัติรายวัน รายสัปดาห์และรายเดือน

 

 

การกำหนดเป้าหมายและแผนการปฏิบัติรายวันคือหัวใจสำคัญในการนำไปสู่ความสำเร็จของเป้าหมายระยะยาวในชีวิตที่เรากำหนดไว้ เช่น เราต้องการเป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงระดับโลกภายใน 10 ปี ต้องการเป็นผู้บริหารภายใน 5 ปี แต่ถ้าวันนี้ พรุ่งนี้เรายังไม่รู้ว่าเราจะทำอะไรบ้าง

รับรองได้ว่าโอกาสที่เป้าหมายนี้จะประสบความสำเร็จคงจะไม่มีเลย

 

ถ้าบอกว่าให้เราเดินทางไกล 100 กิโลเมตร ถ้าบอกว่าให้เราอ่านหนังสือปีละ 12 เล่ม ถ้าบอกให้เราเก็บเงินปีละ 18,250 บาท ถ้าบอกให้เราท่องศัพท์ภาษาอังกฤษปีละ 182 คำ ถ้าบอกให้เราออกกำลังกายปีละ 100 ครั้ง ฯลฯ เราจะรู้สึกว่าเป้าหมายเหล่านี้ยากมาก หรือเป็นไปไม่ได้

 

 

แต่…ถ้าเราแตกเป้าหมายใหญ่ลงมาเป็นเป้าหมายย่อยรายวันเราก็จะได้เป้าหมายใหม่ดังนี้ เดินวันละ 500- 600 ก้าว (ปกติเราก็เดินมากกว่านี้อยู่แล้ว) หรือถ้ายังยากอยู่ก็ให้ตั้งเป้าหมายชั่วโมงละ 20 – 25 ก้าว  อ่านหนังสือวันละ 1 หน้า เก็บเงินวันละ 50 บาท ท่องศัพท์วันละ

ครึ่งคำ(สองวันต่อหนึ่งคำ) ออกกำลังกายวันสามวันต่อหนึ่งครั้ง(สัปดาห์ละ 2 ครั้ง) เราจะเห็นว่าเป้าหมายในชีวิตที่ยากๆจะง่ายขึ้น

 

 

สำหรับเทคนิคที่จะช่วยให้ท่านผู้อ่านประสบความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายชีวิตประจำวันมีดังนี้

 

 

แตกเป้าหมายหลักหรือเป้าหมายใหญ่ๆให้เล็กลงจนถึงเป้าหมายระดับรายวัน เหมือนกับการที่บริษัทตั้งยอดขายรวม แล้วค่อยๆแตกเป้าหมายของยอดขายมาถึงตัวแทนขายแต่ละคน เป้าหมายในชีวิตคนเราก็เช่นเดียวกัน

 

เลิกมองเป้าใหญ่ เมื่อเราแตกเป้าหมายลงมาเป็นเป้าหมายรายวันแล้ว ขอให้โฟกัสชีวิตมาที่รายวัน เพราะถ้าทุกวันเราประสบความสำเร็จ ความสำเร็จของเป้าหมายใหญ่ไม่หนีไม่ไหนแน่นอน ถ้าเรายังเหลือบไปมองเป้าหมายใหญ่อยู่บางครั้งอาจจะทำให้เราท้อแท้ได้ เช่น ในขณะที่เราวิ่ง

หนึ่งพันเมตรถ้าเรามองเป้าไปที่การวิ่งแต่ละก้าว เราจะไม่ค่อยเหนื่อย แต่ถ้าเราเผลอมองไปข้างหน้าและเห็นระยะทางอีกยาวไกล อาจจะทำให้ใจเราท้อเสียก่อน

 

การจัดลำดับเป้าหมายชีวิตรายวัน เนื่องจากในชีวิตคนเรามีเป้าหมายหลายอย่าง หลายด้าน เมื่อแตกย่อยลงมาเป็นเป้าหมายรายวันแล้ว อาจจะทำให้เป้าหมายแต่ละเรื่องตีกัน เราควรจะจัดลำดับความสำคัญ จัดเวลาให้เป้าหมายแต่ละตัวให้ชัดเจน เช่น เป้าหมายที่ต้องทำทุกวันอาจจะต้องทำ

ก่อน เป้าหมายที่ทำสัปดาห์ละครั้งสองครั้งอาจจะทำทีหลัง เป้าหมายไหนต้องทำในเวลาที่แน่นอนจะต้องทำก่อนเป้าหมายที่ไม่ได้กำหนดเวลา เช่น เป้าหมายในการสวดมนต์ก่อนนอนจะต้องทำเฉพาะเวลานอนเท่านั้น ดังนั้น จึงไม่ควรมีเป้าหมายอย่างอื่นมาแทรกในช่วงนี้

 

จดบันทึก/วางแผน/ผลการบรรลุเป้าหมายของแต่ละวัน ใครที่มีไดอารี่อยู่แล้วควรจะมีการกำหนด ทบทวนเป้าหมายทุกวันว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง เมื่อไหร่ เมื่อผ่านไปแล้วหนึ่งวันก็ให้จดบันทึกไว้ว่าเป้าหมายอะไรบ้างที่บรรลุอะไรบ้างที่ไม่บรรลุ เราจะได้นำไปแก้ไขปรับปรุงในการกำหนด

เป้าหมายในวันต่อๆไปได้

 

จัดทำกราฟความก้าวหน้าของเป้าหมายรายวัน ถ้าเรานำเอาผลการบรรลุเป้าหมายมาจัดทำเป็นกราฟ นอกจากจะทำให้เรามองเห็นความสำเร็จที่ชัดเจนแล้ว ยังจะช่วยให้เรามีกำลังใจในการกำหนดเป้าหมายรายวันเพิ่มมากขึ้นด้วย

 

 

สรุป การกำหนดเป้าหมายชีวิตรายวันจะช่วยให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายที่สำคัญๆในชีวิตได้ โดยที่เราจะไม่รู้สึกว่าเป้าหมายนั้นๆยากเกินไป สูงเกินไป เพราะในแต่ละช่วงเวลาโดยเฉพาะเวลาแห่งชีวิตหนึ่งวันนั้น ถ้าเรามองเป้าหมายห้าปีหรือสิบปีจะทำให้เราเกิดความท้อแท้เนื่องจากเรา

มองเป้าใหญ่ในเวลาที่จำกัดคือหนึ่งวันหรือยี่สิบสี่ชั่วโมง หรือเหมือนกับเราเดินผ่านโชว์รูมรถยนต์ที่มีราคาเป็นแสน แต่เมื่อล้วงกระเป๋าตังค์ออกมาดูเรามีเงินเพียงหลักพันบาท เรารู้สึกว่าเป้าหมายในการเป็นเจ้าของรถยนต์ราคาเป็นแสนนั้นห่างไกลมาก แต่ถ้าเราเทียบเงินในกระเป๋าตังค์

วันนี้กับล้อรถยนต์หรือยางรถยนต์เป้าหมายของเราก็จะมีความใกล้เคียงมากขึ้น

 

สุดท้ายนี้หวังว่าท่านผู้อ่านที่มีเป้าหมายความสำเร็จในชีวิตทุกคน คงจะสามารถนำเทคนิคการกำหนดเป้าหมายชีวิตประจำวันไปใช้ได้บ้างนะครับ และอยากจะให้ข้อคิดเพิ่มเติมว่า ถ้าเรายังไม่สามารถวางแผน ดำเนินการกระทำและวัดผลของเป้าหมายชีวิตประจำวันได้แล้ว รับรองได้ว่า

เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

 

 

“ความสำเร็จเริ่มต้นจากการกระทำ การกระทำจะสำเร็จเริ่มต้นจากเป้าหมาย

 

เป้าหมายจะสำเร็จเมื่อเราเริ่มจากเป้าหมายที่ง่ายๆและสามารถปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน”

 

 

 

 

 

ที่มา : http://www.peoplevalue.co.th/index.php?lay=show&ac=article&Id=539104215&Ntype=1

นับตั้งแต่อดีตจวบจนกระทั้งกาลเวลาผันเปลี่ยนมาสู่ยุคปัจจุบันเป็นเวลากว่ามากกว่าหลายศตวรรษนับจากที่มนุษยชาติได้ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับการจุติของวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ สิ่งหนึ่งที่ทุกยุคทุกสมัยของสังคมอารยชนผู้มีความเจริญจะสามารถพบเห็นได้อยู่ตลอดเวลาและไม่เคยขาดสูญสิ้นไปเลยแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งนั้นก็คือ “ผู้นำ” ซึ่งบุคคลที่เป็นผู้นำในที่นี้มีความแตกต่างกันในบทบาทและหน้าที่ที่หลากหลายกันออกไป

แต่การที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการทำธุรกิจได้นั้น ใช่จะทำกันได้ง่ายๆ แต่ต้องใช้สติปัญญาในการทำงานบวกกับความมานะอุตสาหะและประสบการณ์ด้านธุรกิจอย่างนับไม่ถ้วน กว่าจะก้าวมายืนในจุดที่ทุกคนในสังคมให้การยอมรับและยกให้เป็นผู้นำในโลกธุรกิจอย่างแท้จริง ซึ่งเกร็ดการใช้ชีวิตของบุคคลในโลกธุรกิจต่างๆเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักธุรกิจมือใหม่ที่ต้องการประสบความสำเร็จในปัจจุบัน ว่าเค้ามีวิธีการคิดการปฏิบัติตนในการดำเนินธุรกิจอย่างไรจึงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ตลอดกาล

1. บิลล์ เกตส์

เมื่อเอ่ยถึงผู้ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจแน่นอนว่าชื่อแรกที่วิ่งเข้ามาในความคิดของใครหลายๆคนต้องนึกถึงชื่อของบิล เกตส์(Bill Gates) มหาเศรษฐีเจ้าของอาณาจักรไมโครซอฟท์ผู้ยิ่งใหญ่คนนี้เป็นแน่แท้โดยเฉพาะเรื่องทรัพย์สินจำนวนมหาศาลของเขาที่ได้รับการกล่าวถึงเป็นอย่างมาก แต่เหนือสิ่งอื่นใดทรัพย์สมบัติดังกล่าวก็เกิดขึ้นได้จากน้ำพักน้ำแรงการทำงานบวกกับสติปัญญาแนวความคิดและการบริหารที่ชาญฉลาดของเขาในการดำเนินธุรกิจ กับความคิดที่ง่ายๆแต่ลึกซึ้งและได้ใจความว่า “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนเราทุกคนมีคอมพิวเตอร์ราคาถูกใช้กัน” และนั่นจึงเป็นที่มาของการตามล่าและสร้างความฝันให้เกิดขึ้นของบิลด้วยวัยเพียงยี่สิบกว่าปีเท่านั้น เขาตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยทันทีและนั่นได้กลายมาเป็นปฐมบทความยิ่งใหญ่ฉากแรกของผู้ชายที่ชื่อบิล เกตส์ ที่ไม่ยอมปล่อยให้ความฝันเป็นเพียงแค่เรื่องทางความคิดแต่กลับลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง บวกกับความเพียรพยายามศึกษาหาความรู้และมุ่งความสนใจและจุดโฟกัสไปในสิ่งที่ตนเองรักและชื่นชอบตั้งแต่เด็ก นอกจากนี้เขายังถือเป็นผู้ให้การสนับสนุนงานทางด้านการกุศลเพื่อสังคมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโลกคนหนึ่งด้วย นั่นจึงเป็นสิ่งที่น่าจะเอาเป็นเยี่ยงอย่างมากที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการจะสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

 

 

ที่มา…incquity.com