เปลี่ยนชีวิตแค่…คิดนอกกรอบ…

มองหาความสำเร็จของชีวิต สู่อิสระภาพทั้งทางด้านเวลา และการเงิน

1. สำรองผลไม้ในตู้เย็นผักผลไม้ที่ควรสำรองในตู้เย็นอย่าให้ขาด ได้แก่ กะหล่ำปลี แครอท ส้มแอปเปิ้ล ซึ่งนอกจาก จะมีประโยชน์มากสำหรับสาว ๆ ที่กำลังไดเอตแล้วการรับประทานผักผลไม้เป็นประจำยังช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วยนะ

 

2. เหงือกดีด้วยน้ำชายามเช้าองค์การอาหารและยาของสหรัฐและสวีเดน บอกว่า การบ้วนปากในช่วงเช้าด้วยน้ำชา จะช่วยลด แบคทีเรียในช่องปากได้เนื่องจากสารโพลีฟีนอลจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ที่เป็นต้นเหตุ ของ ฟันผุส่วนการดื่มชาหลังมื้ออาหาร ก็ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเหงือกได้

 

3. ดื่มน้ำมากขึ้นดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 5 แก้ว จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ เกือบ 50 %เชียวล่ะ

 

4. เปลือยเท้าคลายเครียดการย่ำเท้าเปล่า ไปบนทรายนุ่ม ๆ จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายเนื่องจากการเดินเท้าเปล่า จะช่วย กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

 

5. รับแสงแดดอ่อน ๆมีข้อมูลจากการวิจัยระบุว่าผู้หญิงที่ไม่ค่อยโดนแดดเอาเสียเลยมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าผู้หญิงที่อยู่ในเมืองที่มีแดดเนื่องจากแสงแดดช่วยสังเคราะห์วิตามินดีในร่างกายแต่การโดนแดดจัดในช่วงบ่าย ๆ ก็เป็นอันตรายเช่นกัน ควรรับแดดอ่อน ๆในช่วงเย็นจะดีกว่า

 

6. หันมารับประทานขนมปังโฮลวีทกันเถอะสำหรับมื้อว่างยามบ่าย แทนที่จะไปคว้าคุ๊กกี้หรือเค็กช็อกโกแลตซึ่งเพียบด้วยแคลอรี่ เปลี่ยนมาทาน ขนมปังโฮลวีทสัก 2 แผ่นรับรองว่า จะช่วยให้คุณรู้สึกมีกำลังวังชาแล้วยังไม่อ้วนอีกด้วยล่ะ

 

7.สลัดปลาทูน่าเพิ่มความจำใครที่รู้ตัวว่า เริ่มจะหลง ๆ ลืม ๆ ลองหันมาทานสลัดปลาทูน่าหรืออาหารเมนูปลา รวมทั้ง เพิ่มอาหารที่มีวิตามินบี2 เช่น ไข่ นมถั่วเหลือง นอกจากจะช่วยให้อารมณ์ดีแล้ว ยังช่วยเพิ่มพลังความจำให้กับสมองได้

 

8. เดินไวไว ช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงคนที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย แต่ยังห่วงใยสุขภาพของตัวเองอยู่ลองใช้วิธีเดินให้ไวขี้นอีกนิด อาจใช้เวลาเดินในช่วงเช้า หรือหลังเลิกงาน เดินไปที่ป้ายรถเมล์สักสามสี่ป้ายหรือเดินขึ้นลงบันไดให้ได้ วันละ 20 นาทีจะช่วยบริหารหลอดเลือดหัวใจให้แข็งแรงและยังทำให้หุ่นสลิมสมส่วนเป็นของแถม

 

9. เติมไขมันดี ๆ ให้ร่างกายไขมันนั้น ไม่ได้เป็นผู้ร้ายซะทีเดียว เพระไขมันมีอยู่หลายชนิดไขมันที่เป็นมหามิตรกับร่างกายน่ะ หากร่างกายขาดแคลนอาจมีผลต่อการดูดซึมวิตามินเอ ดี อี เค และทำให้รู้สึกอ่อนเพลียได้เลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันชนิดไม่อิ่มตัว จากน้ำมันมะกอก น้ำมันถั่ว และไขมัน โอเมก้า 3 จากปลา ซึ่งเป็นไขมันดี ๆ ที่ไม่เพียงให้ พลังงานทำให้มีเรี่ยวแรงแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคมะเร็งและหัวใจอีกด้วย

 

10. Just Do Nothingลองหยุดภารกิจวุ่น ๆ สักสัปดาห์ละวัน หรือวันละ 1 ชั่วโมงให้ปลอดจากเรื่องงาน และคนรอบข้าง ใช้เวลาอยู่คนเดียวตามลำพังจะช่วยทำให้คุณรู้สึกสงบ เป็นเวลาที่จะได้เรียนรู้วิธีหยุดพักใจอาจจะฟังเพลง เงียบ ๆ คนเดียว หรืออาบน้ำอุ่น ๆแล้วอ่านหนังสือเล่มโปรด ค่อย ๆ จิบน้ำชา ชมดอกไม้เป็นการเติมความรื่นรมย์ด้านจิตใจ ทำให้คุณสดชื่นและมีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ และยังห่างไกล จากโรคความรีบร้อนอันหมายถึง โรคที่ทำให้คุณตื่นตัว และเร่งรีบจนแทบไม่มีเวลาสำหรับตัวเอง

 

 

 

 

 

ที่มา : http://heyhaparty.blogspot.com/2007/10/10-health-tips.html

ปัจจัยที่มีผลกำหนดให้มนุษย์เรามีสายตาปกติ สายตาสั้น ยาว หรือเอียง เกิดจากความสมดุลระหว่างความโค้งของกระจกตาดำ เลนส์ตา และความยาวของลูกตา

 

ในคนที่สายตาปกติจะมองเห็นภาพได้ชัดเนื่องจากแสงจากภาพหรือวัตถุที่เข้าตาผ่านกระจกตาดำซึ่งจะหักเหแสงเข้าหากันระดับหนึ่ง

 

จากนั้นจะผ่านเลนส์แก้วตาซึ่งก็จะหักเหแสงเข้าหากันมากขึ้นอีก และลำแสงจะไปรวมเป็นจุดเดียวที่กลางจอประสาทตาพอดี จึงทำให้เห็นภาพชัด

 

แต่ในคนสายตาสั้นลำแสงจะไปรวมเป็นจุดเดียวก่อนถึงจอประสาทตา ทำให้ลำแสงที่ไปถึงจอประสาทตาเป็นลำแสงที่บานออก

 

ไม่เป็นจุดเดียวจึงทำให้เห็นภาพ ไม่ชัด จำเป็นต้องใช้แว่นเลนส์เว้าเพื่อช่วยกระจายแสงออก เพื่อเลื่อนให้แสงไปรวมกันไกลขึ้นให้ไปตกที่กลางจอประสาทตาพอดีทำให้เห็นภาพชัด

 

สาเหตุของสายตาสั้นอาจจากกระจกตาของคนนั้นมีความโค้งมากกว่าปกติทำให้มีกำลังหักเหแสงมากเกินไป ลำแสงจึงรวมกันก่อนถึงจอประสาทตา แต่ในบางคนอาจจะจากมีลูกตายาวผิดปกติจึงทำให้ลำแสงรวมกันก่อนถึงจอประสาทตา.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา : http://mblack1.ran4u.com/detailClubForum.do?clubId=2793&clubForumMenuId=4244&clubForumId=8301

คะแนน สอบตอนเรียนหนังสือไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด นักเรียนที่เรียนเก่งในชั้นเรียนอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ ในอนาคตก็ได้ นอกเหนือจากคะแนนสอบแล้วสิ่งที่ควรมี หรือควรฝึกฝนเพื่อให้ your live go success คือ

- ความกล้า

- ความมั่นใจ

- ความขยันหมั่นเพียร

- ความมุทะลุ

- ไหวพริบ (ทางการเงิน)

- ความอดทน (อึด)

 

คนส่วนมากมีความรู้ เก่ง ฉลาด แต่ขาดความกล้า และ ความมั่นใจ ซึ่ง 2 สิ่งนี้ เป็นอุปสรรคที่คอยกดไม่ให้เราแสดงออก

 

คนส่วนมากกลัวความเปลี่ยนแปลง บางคนทำงานเป็นลูกจ้างเงินเดือนสูง มีบ้าน มีรถ ราคาแพง ที่ต้องผ่อนจึงตก เป็นทาสเงินเดือน และยังหลอกตัวเองว่า  อาชีพของตัวเอง มั่นคงอยู่ เลยต้องตั้งหน้าทำงานหนักต่อไป และ ต่อไป

 

 

โอกาสทางการเงิน

 

คนที่ยึดติดกับช่องทางที่เงินไหลเข้าด้วยการเป็นพนักงาน ลูกจ้างกินเงินเดือนอย่างเดียวนั้นจะทำให้เขาขาดโอกาสในการเพิ่ม ช่อง asset แต่สิ่งที่จะช่วยให้คนเงินเดือนสามารถเพิ่มช่อง asset ได้นั้นคือ ไหวพริบทางการเงิน  และ ความคิดสร้างสรรค์   เพื่อเป็นช่องทางในการหาโอกาสทางการเงิน

 

ไหวพริบ และ ความคิดสร้างสรรค์จะทำให้เราคิดหาทาง ออกในทุกๆเรื่องได้ อย่าคิดว่าบางเรื่อง เราทำไม่ได้ แต่ให้เราคิดมากๆ ในเชิงสร้างสรรค์ด้วยการสนับสนุนของ ไหวพริบทางการเงินว่าไอ้ที่เราคิดว่าทำสิ่งนั้นไม่ได้ ให้ คิด ใหม่ว่า ” จะทำอย่างไร-how ”  ถึงจะได้สิ่งนั้นมา

 

คนรวยกล้าที่จะทำ กล้าที่จะลงทุน เพราะเขาคิดเสมอว่าการลงทุน เหมือนการเล่นเกมส์ มีทั้งชนะและ แพ้ แต่ถ้า เราฝึกฝนทุกวัน จนมีความชำนาญ เชี่ยวชาญแล้ว เราย่อมมีความมั่นใจ จนสามารถบริหารความแพ้ได้ ซึ่งในแง่การ เงินแล้ว การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ถ้าเราสามารถบริหารความ เสี่ยงได้ เราจะเป็นผู้ชนะ

 

จงคิดเสมอว่า คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะพบกับความ ล้มเหลวมาแล้วแทบทั้งนั้น และความล้มเหลวนี้เองเป็นส่วนหนึ่ง ของความสำเร็จ คนที่กลัวความล้มเหลว จะหมดโอกาสได้ร่ำรวย เพราะคุณไม่ได้เริ่มเลย….เปรียบเหมือนการวิ่ง ถ้าไม่เริ่มออกจากจุด start คุณจะไปถึงจุด finish ได้อย่างไร

 

 

 

 

 

 

ที่มา : http://www.richerstock.net/RICHDAD/secret5.htm

ดวงตา 2 ข้างของเรา เริ่มมีการพัฒนาตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา เจริญพัฒนาเพิ่มขึ้นหลังคลอด และสมบูรณ์เมื่ออายุ 6-7 ปี หลังจากนั้นคนส่วนใหญ่จะมีดวงตาปกติจนอายุ 40 ปี จึงเริ่มมีการเสื่อมของดวงตาลงเรื่อย ๆ และเสื่อมมากเมื่ออายุ 60 ปีขึ้น ในแต่ละวัยปัญหาของดวงตาจึงแตกต่างกันตามช่วงอายุ การตรวจเช็คสุขภาพตา มีความจำเป็นแตกต่างกันตามช่วงอายุ ดังนี้

 

1. ช่วงแรกคลอดถึงอายุ 2 ปีเต็ม ถ้าบุตรหลานของท่านมีลักษณะต่อไปนี้ สมควรตรวจตา

-  คลอดก่อนกำหนด

-  ไม่สบตาแม่ ไม่จ้องสิ่งของ

-  ตาเหล่เข้าหรือออก, ตากระตุกหรือสั่น

-  มีประวัติพ่อหรือแม่เป็น “ตาขี้เกียจ” หรือสายตาสั้นมาก

-  สังเกตเห็นแววตา มีสีขาววาว หรือขาวขุ่นสะท้อนให้เห็น

-  น้ำตาคลอตาข้างใดข้างหนึ่งตลอดเวลา

 

2. ช่วงอายุ 3-5 ปี วัยก่อนเข้าโรงเรียน

พบ 3% มี “ตาขี้เกียจ” ดังนั้นวัยนี้จึงมีความจำเป็นต้องตรวจตา, ตรวจสายตา เพื่อหาภาวะ “ตาขี้เกียจ” และแก้ไขให้หาย (ถ้าอายุมากกว่า 8-9 ปี ไม่สามารถแก้ไขได้)

 

3.ช่วงวัยเรียนถึงวัยรุ่น ช่วงนี้เด็กส่วนมากตาเห็นดี และปกติ ในรายที่ผิดปกติควรตรวจตา

-  ดูกระดานไม่ชัด ต้องหยีตา, ก้มหน้า เอียดหน้าจึงจะชัดขึ้น

-  ปวดหัว ปวดตา เมื่ออ่านหนังสือ หรือใช้สายตามาก ๆ

-  สงสัยตาบอดสี

-  กลางคืนตามัวมาก ปรับตาในที่มืดไม่ค่อยได้

 

4. ช่วงวัยหนุ่มสาว วัยทำงาน ไม่ค่อยมีปัญหา ยกเว้นในรายที่ใช้สายตามาก ๆ  ควรตรวจสุขภาพตาเมื่อ

-  สายตาสั้นเพิ่มขึ้นทุกปี

-  มีหยากไย่ลอยไปมาเป็นครั้งคราว หรือมีแสงแวบ ๆ ในตา

-  มีประวัติต้อหิน ในครอบครัวและญาติ

 

5. ช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป เริ่มมีการเสื่อมของดวงตา ควรเช็คสุขภาพตาทุก 1-2 ปี เพื่อ

-  ตรวจวัดความดันลูกตา หาโรคต้อหิน

-  ตรวจวัดสายตา ช่วงอ่านหนังสือ

-  ตรวจสุขภาพลูกตา เพื่อหาโรคต้อกระจก ต้อหิน

-  ในรายที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง อาจมีการเปลี่ยนแปลงของจอประสาทตาจากโรคที่มีผลต่อการเห็น

-  ยารักษาโรคเรื้อรังบางตัว อาจสะสมในตาและมีผลต่อตาได้ เช่น ยารักษาข้ออักเสบเรื้อรัง ยารักษาวัณโรค ยา Steroid ฯลฯ ถ้าท่านจำเป็นต้องใช้ยาระยะยาว ควรตรวจตาเป็นระยะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลพญาไท

แหล่งที่มา : http://www.phyathai.com

อัตราเสี่ยงของเชื้อโรคเข้าสู่ตาสูงมากเพราะขี้เกียจล้างมือให้สะอาด เสียเวลาในการใส่ และถอดคอนแทคเลนส์สายตา

 

ยิ่งตอนตื่นเช้า (ก่อนหน้านั้นได้นอนน้อย) รีบไปเรียน นี่เสียเวลามาก ๆ เพราะคอนแทคเลนส์สายตาไม่ยอมติดตา เนื่องจากตาแห้ง

 

ต้องคอยหยอดน้ำตาเทียม (หรือเอาน้ำที่แช่นั่นแหละหยอด) เพราะตาขาดอ๊อกซิเจน กระพริบจะรู้นึกได้เรยว่าเจ็บ

 

ซื้อคอนแทคเลนส์สายตาบ่อย ๆ (ใช้รายเดือน)เล่นคอมนาน ๆ เจ็บตามาก เพราะมันกันแค่รังสี uvเดินทางที พกหลายอย่าง

น้ำตาเทียม น้ำยาแช่ ตลับ

 

 

 

 

 

ที่มา : http://mblack1.ran4u.com/detailClubForum.do?clubId=2793&clubForumMenuId=4244&clubForumId=7815